Skip to content

บัญชี ภาษี กิจการนำเข้าส่งออก # Export Import

บัญชี ภาษี กิจการนำเข้าส่งออก นั้น ลูกค้าของสำนักงานบัญชีส่วนมาก จะมีข้อกังวลเกี่ยวกับ จุดรับรู้รายได้ หรือการ จ่ายค่าใช้จ่าย ว่าเป็นการนำเข้าหรือไม่ เช่น การสั่งซื้อนอกไทย ไม่มีสินค้าเข้าไปไทย หลังผลิตเสร็จส่งให้ลูกค้าที่อยู่ต่างประเทศ หรือ การจ่ายค่าบริการไปต่างประเทศ โดยไม่ได้มีการใช้บริการในประเทศ ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่  หรือ ปัญหาว่าอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มควรคิดที่ 7% หรือ 0%  และต้องลงรายงานภาษีซื้อ ภาษีขายหรือไม่ การยื่น ภพ 30 ภพ 36 ต้องยื่นแบบใด กรอกในช่องไหนบ้าง

ดังนั้น ทางสำนักงานได้ให้บริการรับทำบัญชี ดูแล บัญชี ภาษี กิจการ ส่งออก นำเข้า จึงขอรวบรวม ประเด็นปัญหาของกิจการ ที่มี่ข้อหารือรองรับการแก้ไขปัญหา ทั้งการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย มาไว้ในบทความนี้ โดยจะแยกเป็น กิจการซื้อมาขายไป  กิจการผลิต และกิจการบริการ

หัวข้อนี้ จะกล่าวถึง บัญชี ภาษี กิจการนำเข้าส่งออก โดยผู้ประกอบการรับขนส่งพัสดุภัณฑ์ทางอากาศ

บัญชี ภาษี กิจการนำเข้าส่งออก

เรียนรู้บัญชี ภาษี พื้นฐานสำหรับเจ้าของกิจการ ซื้อมาขายไปและบริการ

สรุปพื้นฐานบัญชีภาษี เบื้องต้ง การกรอกแบบ ภงด 1/3/53 ภงด 1 ก แบบ ภพ 30 36 ความเสี่ยงการตรวจสอบกิจการเบื้องต้น ถึงกิจการท่าน

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป 97/2543 การส่งออกสินค้า ซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนได้รับสิทธิเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อ 13
  กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อในต่างประเทศโดยว่าจ้างผู้ประกอบการรับขนส่งพัสดุภัณฑ์ทางอากาศให้จัดส่งสินค้า ผู้ประกอบการจดทะเบียนจะได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 แห่งประมวลรัษฎากรจะต้องมีหลักฐานดังต่อไปนี้ พร้อมที่จะให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบได้

                        (1) หลักฐานที่แสดงว่าผู้ซื้อในต่างประเทศซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการจดทะเบียนจริง เช่น Proforma Invoice หรือ Purchase Order หรือ Order Note หรือเอกสารอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน

                        (2) หลักฐานที่แสดงว่าผู้ประกอบการจดทะเบียนได้ว่าจ้างผู้ประกอบการรับขนส่งพัสดุภัณฑ์ทางอากาศให้จัดส่งสินค้าไปต่างประเทศ

                        (3) หลักฐานที่แสดงว่าผู้ประกอบการรับขนส่งพัสดุภัณฑ์ทางอากาศได้รับสินค้าที่จะดำเนินการส่งออกจากผู้ประกอบการจดทะเบียน โดยเอกสารดังกล่าวต้องมีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้

                                       (ก) ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อในต่างประเทศ

                                       (ข) ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อในต่างประเทศ

                                       (ค) ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้า

                                       (ง) วัน เดือน ปี ที่ออกเอกสาร

                        (4) หลักฐานสำเนาใบขนสินค้าขาออกในนามของผู้ประกอบการรับขนส่งพัสดุภัณฑ์ทางอากาศที่ผ่านพิธีการศุลกากรฉบับที่มีการสลักหลังการตรวจปล่อยสินค้าโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่ามีการตรวจปล่อยสินค้าโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากร

                        (5) หลักฐานที่แสดงว่าจะมีการชำระราคาค่าสินค้าตามใบกำกับสินค้า (Invoice) ในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียน เช่น หลักฐานการเปิด L/C (Letter of Credit) หรือหลักฐานการจัดทำ T/T (Telex Transfer) หรือ T/P (Term of Payment) หรือเอกสารที่ระบุว่านำเงินเข้าบัญชีธนาคาร หรือ Bank Statement เป็นต้นเว้นแต่กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนส่งสินค้าไปเป็นตัวอย่างให้แก่ผู้ซื้อในต่างประเทศ โดยไม่มีค่าตอบแทน ก็ไม่จำต้องมีหลักฐานแสดงว่าจะมีการชำระราคาค่าสินค้าตามใบกำกับสินค้า (Invoice)

ข้อหารือภาษีอากร บัญชี ภาษี กิจการนำเข้าส่งออก - UPS FedEx

 บริษัทฯ เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มีวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจ นำเข้าและส่งออก ผลิต ขายส่ง ขายปลีก และให้บริการติดตั้งเครื่องฉาย เครื่องเสียงภาพยนตร์

ปัจจุบันบริษัทฯ ประกอบธุรกิจนำเข้าสินค้ามาขายให้กับลูกค้าในประเทศ ซื้อสินค้าในประเทศและส่งออก ไปต่างประเทศ และซื้อสินค้าในต่างประเทศขายไปยังอีกประเทศหนึ่งโดยไม่ได้นำสินค้าดังกล่าวเข้ามา ในราชอาณาจักร บริษัทฯ หารือว่า

1. บริษัทฯ ซื้อสินค้าในประเทศและส่งออกโดยผ่านพิธีการศุลกากร

1.1 การยื่นแบบ ภ.พ.30 ถือเป็นยอดขายที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ใช่หรือไม่

1.2 การรับรู้รายได้จะรับรู้เมื่อผ่านพิธีการศุลกากรแล้วใช่หรือไม่

2. บริษัทฯ ซื้อสินค้าจากต่างประเทศและส่งสินค้าไปให้ลูกค้าอีกประเทศหนึ่งโดยไม่ได้นำสินค้าเข้ามาในประเทศไทย โดยลูกค้าจะเปิด L/C มาให้บริษัทฯ ในประเทศไทย

2.1 การยื่นแบบ ภ.พ.30 จะต้องแสดงยอดขายนี้หรือไม่ และต้องลง รายงานสินค้าและวัตถุดิบหรือไม่ อย่างไร

2.2 การรับรู้รายได้ตามวันที่บริษัทฯ ออก invoice ของบริษัทฯ ใช่หรือไม่

3. บริษัทฯ ต้องเฉลี่ยภาษีซื้ออย่างไร เมื่อมีการขายสินค้านอกประเทศและขายสินค้าใน ประเทศด้วย

4. บริษัทฯ ต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยนใดในการรับรู้รายได้และค่าใช้จ่ายเพื่อคำนวณ ภาษีเงินได้นิติบุคคลในการยื่นแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.50

แนววินิจฉัย

1. กรณีตาม 1. บริษัทฯ ซื้อสินค้าในประเทศและส่งออกโดยผ่านพิธีการศุลกากรบริษัทฯ ได้
รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1(1) แห่งประมวลรัษฎากร โดยแสดงใน แบบแสดงรายการ ภ.พ.30 เป็นยอดขายที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 และ

กรณีบริษัทฯ รับรู้ รายได้ตามยอดขายในใบขนสินค้าขาออกถือเป็นการรับรู้รายได้ตามเกณฑ์สิทธิซึ่งราคาสินค้าในใบขนสินค้า ขาออกดังกล่าวถือได้ว่าเป็นราคาสินค้าที่ได้มีการขายหรือส่งออกในขณะนั้น อันเป็นราคาที่เหมาะสมใน ขณะนั้น ทั้งนี้ ตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 1/2528 เรื่อง การใช้เกณฑ์สิทธิในการคำนวนรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ลงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2528

2. กรณีตาม 2. บริษัทฯ ซื้อสินค้าจากต่างประเทศและส่งไปให้ลูกค้าในต่างประเทศโดย
ไม่ได้นำสินค้าเข้ามาในประเทศไทย การขายสินค้าดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการขายสินค้านอก
ราชอาณาจักร

ไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร การยื่น แบบแสดงรายการ ภ.พ.30

บริษัทฯ ไม่ต้องแสดงยอดขายดังกล่าวในแบบแสดงรายการ ภ.พ.30 และ บริษัทฯ ไม่ต้องนำสินค้าดังกล่าวมาลงรายงานสินค้าและวัตถุดิบ

สำหรับการรับรู้รายได้จากการขายสินค้า ดังกล่าวบริษัทฯ จะต้องรับรู้รายได้ตามเกณฑ์สิทธิเมื่อบริษัทฯ ออก Invoice ของบริษัทฯ

3. กรณีตาม 3. บริษัทฯ จะต้องเฉลี่ยภาษีซื้อตามหลักเกณฑ์ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเฉลี่ยภาษีซื้อตาม มาตรา 82/6 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 153)ฯ ลงวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2546

4. กรณีตาม 4. การคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล บริษัทฯ จะต้องใช้
อตราแลกเปลี่ยนตามมาตรา 65 ทวิ(5) แห่งประมวลรัษฎากร

สั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ ไม่มีการนำสินค้าเข้ามายังราชอาณาจักร แต่มีการโอนเงินรายได้เข้าประเทศ และ โอนคืนค่าต้นทุนสินค้าไปยังต่างประเทศ

สรุป : รับรู้รายได้จากยอดขายจากยอด invoice ขายนอกไทย / ไม่ต้องนำส่ง VAT + ไม่ต้องแสดงยอดในภพ 30 + ไม่ต้องนำยอดมาลงรายงานขาย+ ไม่ต้องจัดทำสต๊อคสินค้าและวัตถุดิบ

เป็นกรณีขายไม่เข้าเงื่อนไงการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม  แต่มีจุดที่ต้องระวังคือ กิจการอาจต้องเฉลี่ยภาษีซื้อ เพราะมีการประกอบกิจการในระบบและไม่เข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่ด้วยกัน

กค 0706/1802 ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีขายสินค้าในต่างประเทศ

ข้อหารือ

บริษัท ล. จำกัด ประกอบกิจการผลิตและส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปไปยังประเทศในทวีปยุโรปและอเมริกา บางครั้งบริษัทฯ ผลิตสินค้าไม่ทันหรือมีวัตถุดิบไม่เพียงพอ บริษัทฯ จะสั่งผลิตสินค้าดังกล่าวจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

โดยลูกค้าที่ยุโรปจะเปิด L/C มาที่บริษัทฯ ผ่านธนาคารเพื่อการนำเข้าและส่งออกแห่งประเทศไทย และบริษัทฯ จะเปิด L/C สั่งสินค้าไปที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยที่บริษัทฯ มีวงเงินกับธนาคารฯ ซึ่งเรียกว่า L/C Transfer

เมื่อผู้ขายที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนผลิตสินค้าเสร็จก็จะส่งสินค้าไปยุโรปโดยตรงโดยไม่ผ่านประเทศไทย บริษัทฯ จะออก Invoice เรียกเก็บค่าสินค้าจากลูกค้าที่ยุโรปตาม L/C ที่ลูกค้าสั่งซื้อ และผู้ขายที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนจะออก Invoice เรียกเก็บค่าสินค้าจากบริษัทฯ

เมื่อลูกค้าโอนเงินชำระค่าสินค้าโดยผ่านธนาคารฯ ธนาคารฯ จะดำเนินการโอนเงินต่อไปชำระค่าสินค้าที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน แล้วออกใบรับเงินให้เฉพาะส่วนต่างและนำเงินเข้าบัญชีบริษัทฯ บริษัทฯ จึงขอทราบว่า

          1. บริษัทฯ ต้องลงบัญชีรับรู้รายได้ตาม Invoice ที่บริษัทฯ เรียกเก็บค่าสินค้าจากลูกค้าในทวีปยุโรป และลงบัญชีชำระค่าสินค้าตาม Invoice ที่ผู้ขายในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเรียกเก็บ หรือลงบัญชีรับรู้รายได้เฉพาะส่วนต่างเป็นค่านายหน้าเท่านั้น

          2. หากบริษัทฯ ต้องลงบัญชีเป็นค่านายหน้าเฉพาะยอดส่วนต่าง บริษัทฯ ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ถูกต้องหรือไม่ และบริษัทฯ ต้องจัดทำรายงานภาษีขาย และแสดงยอดขายในแบบ ภ.พ. 30 หรือไม่ อย่างไร

แนววินิจฉัย

          1. กรณีการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล บริษัทฯ จะต้องรับรู้รายได้จากการขายสินค้าตามเกณฑ์สิทธิเมื่อบริษัทฯ ออก Invoice แจ้งราคาสินค้าให้แก่ผู้ซื้อ ตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร และให้บันทึกบัญชีตามหลักการบัญชีที่ยอมรับโดยทั่วไป

          2. กรณีบริษัทฯ ซื้อสินค้าในต่างประเทศและขายสินค้านั้น ส่งมอบให้แก่ลูกค้าในต่างประเทศโดยไม่ได้นำสินค้าเข้ามาในประเทศไทยตามข้อเท็จจริงข้างต้น

การขายสินค้าดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นการขายสินค้านอกราชอาณาจักรไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร

บริษัทฯ จึงไม่ต้องแสดงยอดขายดังกล่าวในแบบแสดงรายการ ภ.พ.30 และไม่ต้องนำสินค้าในกรณีนี้มาลงรายการในรายงานภาษีขายแต่อย่างใด

ข้อหารือ

 บริษัท ม. เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มประกอบกิจการผลิตสินค้าผลไม้กระป๋อง  และเครื่องดื่มขายในประเทศและส่งออกไปขายต่างประเทศ

กรณีการขายสินค้าโดยการส่งออกไป ต่างประเทศ บริษัทฯ และลูกค้าในต่างประเทศ จะตกลงใช้ราคาขายสินค้าที่ส่งออกตามราคา ซี.ไอ.เอฟ. ของสินค้าโดยคำนวณจากราคาสินค้าบวกด้วยค่าประกันภัยและค่าขนส่ง

เนื่องจากบริษัทฯ ต้องเป็นผู้ทำประกันภัยพร้อมกับว่าจ้างบริษัทอื่นเป็นผู้ทำการขนส่งสินค้าดังกล่าว ในการคำนวณราคาสินค้า สำหรับการยื่นแบบ ภ.พ.30 การลงรายงานภาษีขายและการลงรายได้เพื่อคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล

บริษัทฯ ใช้ราคา ซี.ไอ.เอฟ. ที่บริษัทฯ ตกลงกับลูกค้าในต่างประเทศมาเป็นฐานในการคำนวณภาษี แต่ ในใบขนสินค้าขาออกของกรมศุลกากรใช้ราคา เอฟ.โอ.บี.

บริษัทฯ จึงหารือว่า

1. บริษัทฯ จะได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 จากราคาสินค้าบวกค่าประกันภัยและค่าขนส่งหรือไม่

2. กรณีบริษัทฯ ไม่ได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 เฉพาะค่าประกันภัยและ ค่าขนส่ง บริษัทฯ จะต้องเรียกเก็บภาษีขายจากลูกค้าในต่างประเทศจากค่าประกันภัยและค่าขนส่งหรือไม่


หากเรียกเก็บภาษีขายจากลูกค้าในต่างประเทศไม่ได้ จะถือว่าบริษัทฯ ยื่นภาษีขายไว้ขาดหรือไม่  และ ภาษีซื้อของค่าประกันภัยและค่าขนส่ง บริษัทฯ จะถือเป็นภาษีซื้อที่จะนำไปคำนวณหักภาษีขายได้หรือไม่

 

 

แนววินิจฉัย

 

 

1. กรณีบริษัทฯ ตกลงขายสินค้าที่ส่งออกในราคา ซี.ไอ.เอฟ. ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการส่งออกสินค้าซึ่งได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1(1) แห่ง ประมวลรัษฎากรนั้น ฐานภาษีในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าว บริษัทฯ ต้องใช้มูลค่าของสินค้าส่งออก  ตามราคา เอฟ.โอ.บี. ของสินค้าบวกด้วยภาษีสรรพสามิตตามที่กำหนดในมาตรา 77/1(19) แห่ง  ประมวลรัษฎากร และภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นตามที่ได้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา แต่ทั้งนี้ ไม่ให้รวม อากรขาออก

ซึ่ง ราคา เอฟ.โอ.บี. ได้แก่ ราคาสินค้า ณ ด่านศุลกากรส่งออกโดยไม่รวมค่าประกันภัย และค่าขนส่งจากด่านศุลกากรส่งออกไปต่างประเทศ ทั้งนี้ ตามมาตรา 79/1(1) แห่งประมวลรัษฎากร

ดังนั้น บริษัทฯ จึงไม่ต้องนำค่าประกันภัยและค่าขนส่งมารวมคำนวณเป็นฐานภาษี ในการคำนวณ ภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการส่งออกสินค้า


2. ภาษีซื้ออันเกิดจากค่าประกันภัยและค่าขนส่งสินค้าจากด่านศุลกากรออกไปต่างประเทศที่
บริษัทฯ เป็นผู้จ่ายไปเนื่องจากการส่งสินค้าออกไปขายต่างประเทศ เป็นภาษีซื้ออันเกิดจากการรับบริการ มาเพื่อใช้ในกิจการที่เกี่ยวกับการขายสินค้าโดยการส่งออกให้กับผู้ซื้อในต่างประเทศซึ่งได้รับสิทธิเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0

 

ค่าขนส่งและค่าประกันภัยดังกล่าวจึงเป็นบริการที่นำไปใช้ในกิจการที่ ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เพียงแต่กฎหมายกำหนดให้ค่าบริการดังกล่าว ไม่ต้องนำมูลค่าของค่าบริการ มารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79/1(1) แห่งประมวลรัษฎากรเท่านั้น

ดังนั้น หาก ภาษีซื้อดังกล่าวเป็นภาษีซื้อที่ไม่ต้องห้ามไม่ให้นำไปหักออกจากภาษีขายตามมาตรา 82/5 แห่ง ประมวลรัษฎากรแล้ว ย่อมนำไปหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้

ข้อหารือ

1. บริษัทฯ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2540 สถานประกอบการตั้งอยู่ เลขที่ กรุงเทพฯ ไม่มีสาขา ประกอบกิจการส่งออกอัญมณีที่ประกอบขึ้นเป็นตัวเรือนไปต่างประเทศโดย ว่าจ้างผู้ประกอบการรับขนส่งพัสดุภัณฑ์ทางอากาศ จัดส่งสินค้าให้โดยมีขั้นตอนและรายละเอียดในการ ส่งออกดังนี้


     1.1 เมื่อบริษัทฯ ได้รับคำสั่งซื้อสินค้าจากผู้ซื้อในต่างประเทศ บริษัทฯ จะติดต่อว่าจ้างให้ ผู้ประกอบการรับขนส่งพัสดุภัณฑ์ทางอากาศเป็นผู้จัดส่งสินค้าให้
         

        โดยบริษัทฯ จะจัดทำหลักฐาน ใบกำกับสินค้า (INVOICE) จำนวน 1 ชุด 5 ฉบับ และใบตราส่งสินค้า (AIR WAYBILL)จำนวน 1 ชุด 3 ฉบับ มอบให้กับผู้ประกอบการรับขนส่งพัสดุภัณฑ์ทางอากาศ พร้อมกับสินค้าที่จะส่งออกตามรายการ  ในใบกำกับสินค้า


         จากนั้นเมื่อผู้ประกอบการรับขนส่งพัสดุภัณฑ์ทางอากาศ ตรวจสอบความถูกต้องแล้วจะ ลงลายมือชื่อและคืนใบกำกับสินค้า (INVOICE) และใบตราส่งสินค้า (AIR WAYBILL) คืนให้บริษัทฯ อย่างละ 1 ฉบับ เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน

1.2 เมื่อผู้ประกอบการรับขนส่งพัสดุภัณฑ์ทางอากาศ ได้ดำเนินการส่งออกสินค้าให้กับ  บริษัทฯ แล้ว ก็จะออกใบแจ้งหนี้เรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าขนส่ง (ค่าระวาง), ค่าเคลียร์ สินค้า, ค่าอากรและค่าภาษี และเมื่อบริษัทฯ ชำระเงินตามใบแจ้งหนี้แล้ว ผู้ประกอบการรับขนส่ง พัสดุภัณฑ์ทางอากาศจึงจะออกใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงินให้กับบริษัทฯ ต่อไป


1.3 ในกรณีที่บริษัทฯ ให้ผู้ประกอบการรับขนส่งพัสดุภัณฑ์ทางอากาศดำเนินพิธีการศุลกากร และส่งสินค้าเฉพาะของบริษัทฯ ไม่รวมไปกับสินค้าของลูกค้ารายอื่น ใบขนสินค้าขาออกจะออกในนามของ บริษัทฯ


1.4 ในกรณีที่บริษัทฯ ให้ผู้ประกอบการรับขนส่งพัสดุภัณฑ์ทางอากาศ จัดส่งสินค้ารวมไปกับ ลูกค้ารายอื่นๆ กรณีนี้ ผู้ประกอบการรับขนส่งพัสดุภัณฑ์ทางอากาศจะดำเนินพิธีการศุลกากรในนามของตนเอง

     บริษัทฯ จะไม่ได้สำเนาใบขนสินค้าขาออกจากผู้ประกอบการรับขนส่งพัสดุภัณฑ์ทางอากาศ


     ซึ่งแม้ บริษัทฯ ได้ขอสำเนาใบขนสินค้าขาออก จากผู้ประกอบการรับขนส่งพัสดุภัณฑ์ทางอากาศแล้ว แต่ได้รับการ ปฏิเสธโดยแจ้งเหตุผลว่า ใบขนสินค้าขาออกดังกล่าวเป็นเอกสารของผู้ประกอบการรับขนส่งพัสดุภัณฑ์ ทางอากาศไม่อาจสำเนาให้บุคคลอื่นใดได้


จากขั้นตอนและรายละเอียดข้อเท็จจริงในการส่งออกดังกล่าว บริษัทฯ เห็นว่าเป็นการ ส่งออกสินค้าไปต่างประเทศตามประมวลรัษฎากรแล้ว จึงยื่นยอดขายไว้ตามแบบ ภ.พ.30 สำหรับ เดือนภาษีที่มีการส่งออกโดยถือเป็นยอดขายส่งออกที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตลอดมา 

 

แนววินิจฉัย

กรณีบริษัทฯ ขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อในต่างประเทศโดยว่าจ้างให้ผู้ประกอบการรับขนส่งพัสดุภัณฑ์ ทางอากาศจัดส่งสินค้ารวมไปกับลูกค้ารายอื่น ๆ

แต่บริษัทฯ ไม่มีหลักฐานสำเนาใบขนสินค้าขาออกในนาม  ของผู้ประกอบการรับขนส่งพัสดุภัณฑ์ทางอากาศฉบับที่มีการสลักหลังการตรวจปล่อยสินค้าโดย เจ้าหน้าที่ศุลกากรนั้น

หากบริษัทฯ มีเอกสารยืนยันการส่งออกสินค้าที่ผู้ประกอบการรับขนส่งพัสดุภัณฑ์ ทางอากาศได้จัดทำขึ้นเองเป็นหลักฐานแทนใบขนสินค้าขาออก ซึ่งหากเอกสารดังกล่าวมีข้อความแสดงว่า มีการตรวจปล่อยสินค้าโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากร

บริษัทฯ ก็จะได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1(1) แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ตาม ข้อ 13 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.97/2543 ฯ ลงวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2543

Related Articles | บทความที่คุณอาจสนใจ

Bee-Accountant service

Our mission

Bee Accountant ยึดมั่นในความถูกต้อง โปร่งใส ตรงเวลา งานได้คุณภาพ ตรวจสอบได้จากทุกหน่วยงาน เช่นกรมสรรพากร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า  คปภ และหน่วยงานอื่นๆ

บริษัท บี.อี. แอคเคาน์ติ้ง เซอร์วิสเซส จำกัด
สำนักงานใหญ่ TAX ID 0105561120432

Contact us

Scroll Up

BeE Accountant

we'd love to have your feedback on your experience so far